ranad2.jpg (13843 bytes)

www.gif (945 bytes) Thai English

  หน้าแรก

ข่าว

  เวบบอร์ด

  ดาวน์โหลดเพลง

  อัลบัมภาพ

  สมุดเยี่ยม

  ติดต่อเรา

  | หน้าแรก | ข่าว | เวบบอร์ด | ดาวน์โหลดเพลง | อัลบัมภาพ | สมุดเยี่ยม | ติดต่อเรา |


ภาพยนต์ โหมโรง


homerong0.jpg (30938 bytes)

ณ ประเทศสยาม ..... พุทธศักราช 2429 “ศร" เด็กหนุ่มผู้มีชะตาชีวิตลิขิตให้ผูกพันกับดนตรีไทยมา ตั้งแต่เกิด ต้องผ่านอุปสรรคนานัปการกว่าจะได้รับการถ่ายทอดฝีไม้ ลายมือในเชิงระนาดจาก “ครูสิน” บิดาซึ่งเป็นครูสอนดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงแห่งอัมพวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสูญเสียพี่ชายซึ่งเป็นนักระ นาดหนุ่ม ที่ต้องพบจุดจบของชีวิต ด้วยน้ำมือของคู่ปรับผู้พ่ายแพ้ในการดวลระนาด ทำให้ครูสินหยุดการสอนดนตรีไทยลง จนกระทั่งได้รับการเตือนสติจากหลวงพ่อ ทำให้ครูสินคิดได้ว่าไม่ควรปิดกั้นโอกาสและความสามาร ถของลูกชายคนเล็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านระนาดตั้งแต่วัยเยาว์ จึงกลับมาสอนดนตรีไทยอีกครั้ง “ศร” ในวัยสิบกว่าขวบ จึงได้รับการถ่ายทอดฝีมือในทางระนาดจากบิดา โดยมี “ทิว” เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ เป็นทั้งกำลังใจและผู้ฟังที่ดีมาตลอดจนย่างเข้าเป็นหนุ่ม “ศร” กลายเป็นดาวเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝีมือในเชิงระนาดที่ยากจักหาใครทัดเทียมในอัมพวา ผ่านการประชันขันแข่งเวทีแล้วเวทีเล่า เกิดลำพองในฝีมือของตน

กระทั่ง ..... ได้มีโอกาสเดินทางเข้าสู่บางกอก เมื่อบิดาได้พาไปชมการประชันทางด้านการแสดงระนาดของคณะครูแก้วซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของบิดา และ ที่นั่น “ศร” ได้เรียนรู้ถึงความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก เมื่อได้มีโอกาสขึ้นเล่นระนาดแทนนายขวด ซึ่งเป็นมือระนาดเอกของคณะครูแก้วจนตกอยู่ในห้วงการประชันทางฝีไม้ลายมือกับ“ขุนอิน” นักระนาดเอกผู้มีทางระนาดที่แข็งกร้าวดุดัน และ เป็น 1 ไม่เป็น 2 รองใคร จนพบกับความปราชัย “ศร” ครั้งหนึ่งซี่งเคยมั่นใจและลำพองในฝีมือระนาดของตนเอ ง ต้องเดินทางกลับบ้านด้วยหัวใจที่แตกสลาย เสียงระนาดอันดุดันหนักหน่วงของขุนอิน ยังคงดังกึกก้องเป็นเหมือนภาพหลอนที่ยังคงอยู่ในศีรษะของเขา

หลังจาก ..... ความภาคภูมิใจถูกทำลายไปจนหมดสิ้น แต่แล้วความสับสน ท้อแท้ สิ้นหวังกลับกลายเป็นความมุมานะที่จะฝึกฝนฝีมือจนสามารถคิดค้นเทคนิคการตีระนาดที่ไม่เหมือนใคร จนชื่อเสียงของศรร่ำลือไปจนถึงพระบรมมหาราชวัง จนได้รับการอุปถัมภ์ให้เป็นนักดนตรีประจำราชสำนักจาก เจ้านายในวัง ที่นั่นทำให้ “ศร” ได้พบกับแม่โชติ สตรีผู้สูงศักดิ์ในวังและได้กลายเป็นคู่ชีวิตในเวลาต่อมา

หนทางการเป็นนักระนาดเอกมือ1 ..... ของแผ่นดินดูเหมือนยังคงห่างไกลจากจุดที่ศรยืนอยู่ ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ศรจะต้องเรียนรู้ ตั้งแต่การฝึกสมาธิ,การควบคุมสติ และอารมณ์ที่พร้อมจะพลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา ตราบใดที่ยังไม่สามารถสะบัดเสียงตีระนาดที่แสนจะบาดหูจากระนาดทางดุอย่างขุนอิน ยังมีบททดสอบอีกหลายประการที่การพิสูจน์ในความสามารถ ที่แท้จริงของศรโดยเฉพาะอย่างยิ่งปลายทางกับการประลองความสามารถทางระนาดกับมือ1 ของแผ่นดินอย่าง “ขุนอิน”

ศรเดินทางผ่านยุคทองของดนตรีไทย ..... จากวัยหนุ่มสู่วัยชรา เขากลายมาเป็น “ท่านครู” ครูดนตรีอาวุโส ผู้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย รวมทั้ง “เทิด” ลูกชายของทิว เพื่อนสนิทแต่วัยเยาว์ ซึ่งเดินทางมาขอฝากตัวเป็นศิษย์ และคอยอยู่ดูแลรับใช้ใกล้ชิด .. ในวัยที่ร่วงโรยนี้ ท่านครูยังคงเปิดรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รวมทั้งกระแสดนตรีตะวันตก ที่ลูกชายของท่านเอง ได้เดินทางไปศึกษามาจากประเทศญี่ปุ่น

แต่แล้ว ..... ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของบ้านเมือง ทั้งด้านการปกครองและวัฒนธรรม รวมทั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงประเทศ และพลเมืองให้มีความทันสมัย เป็นอารยะตามแบบชาติตะวันตก มีกฏระเบียบมากมายออกมา ควบคุมศิลปวัฒนธรรมแขนงต่าง ๆ รวมทั้งดนตรีไทย โดยมีนายทหารหนุ่ม เป็นผู้ดูแลนโยบายนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ..... ก่อให้เกิดผลกระทบ และสร้างความปวดร้าวแก่นักดนตรีไทยทุกคน รวมทั้งท่านครู ซึ่งยังคงหาญกล้า ใช้เสียงเพลงของเขาต่อสู้ เพื่อพิสูจน์คุณค่าของดนตรีไทยที่เขารักดั่งชีวิต ดูเหมือนว่า “ชะตากรรม” จะนำให้บุรุษหนึ่งได้เดินทางผ่านยุคทองแห่งดนตรีไทย ค้นพบชัยชนะและความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญจากวัยเยาว์สู่ช่วงบั้นปลายของวัยชรา จากจุดสูงสุดสู่จุดต่ำสุด เมื่อดนตรีไทยเริ่มถูกปิดกั้นจากทางรัฐบาลที่ต้องการ ให้ประเทศเป็นศิวิไลซ์ เป็นอารยะตามแบบตะวันตก สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สร้างความปวดร้าวให้กับคนดนตรีไทย ทุกคนรวมทั้งศรแต่เขาก็ยังหาญกล้าใช้เสียงเพลงต่อสู้ เพื่อให้ดนตรีไทยที่เขารักดั่งชีวิตนั้น อยู่รอดจากการถูกทำลาย

homerong2.jpg (40238 bytes)

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ผ่านมา ..... ออกไปทานอาหารเย็นกับญาติๆ แล้วก็ดูหนังกัน ตาลดูเรื่อง ทวิภพ กะ โหมโรง ญาติๆ เค้าก็ไปดูเรื่อง Cold Mountain หนังยาวมาก ประมาณ 3 ชั่วโมง ญาติๆของตาลเข้าดูหนังหลังตาลประมาณ 1 ชั่วโมง พอเลิกก็เวลาใกล้เคียงกันพอดี ตาลเริ่มดู "ทวิภพ" เรื่องแรกประมาณ 19.10 - 21.40 น. แล้วก็มาดู "โหมโรง" ประมาณ 22.10 - 24.30 น. ที่ Major Cineplex


โหมโรง ..... ทำให้อยากเล่นระนาด อยากรู้เรื่องราวของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ ต่างกับทวิภพ ที่ทำให้เราอยากรู้เรื่องของประวัติศาสตร์ไทยเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องบังเอิญที่หนังไทยยอดเยี่ยมถึง 2 เรื่องนั้น พูดและทำในประเด็นเดียวกัน ไม่เพียงทำให้เราอยากรู้เรื่องราวในอดีตเท่านั้น แต่กลับทำให้เรารู้ซึ้งถึงปัจจุบันอีกด้วย หนังทั้งสองเรื่องนี้ มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่เตือนให้เราต้องหันกลับไปดูรากเหง้าและตัวตนของเราเองอีกครั้ง

โหมโรง ..... เป็นภาพยนตร์ที่มุ่งเน้นความบันเทิงมากกว่า ความละเอียดอ่อนทางด้านวัฒนธรรม และ ประวัติศาสตร์ เพราะบางฉากก็ขาดความรู้สึกของความเป็นไทยๆ อยู่บ้าง ... บางฉากก็ดูโหดเกินไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่างฉาก ... ที่พี่ชายของศรถูกลอบฟันจนตาย เพียงเพราะอีกฝ่ายเล่นระนาดแพ้ ถ้าดูให้ลึกซึ้งอีกนิด คนที่มีอารมณ์อ่อนไหวจนเล่นระนาดได้ เป็นเสียงเพลงอันไพเราะได้นั้น ทำไมจึงไม่รู้จักแพ้ชนะ แต่ก็ยังดีที่คู่ของ ศร กะ ขุนอิน ยังรู้จักขออโหสิกรรมต่อกัน ... ท่านผู้นำของประเทศสมัยนั้น เก่งมากไปหรือเปล่า? ที่ออกกฎกติกามารยาทให้ชาวบ้านทั่วๆไป พูดจาได้ไพเราะ จ๊ะ จ๋า กันตลอด ปัจจุบันขนาดเรียนถึงระดับปัญญาชน บางกลุ่มชน ยังพูด มึง กู ผู้ชายพูดกัน เราก็พอฟังได้เฉยๆ แต่บางครั้งผู้ชายเรียกตัวเอง "ผม" "คุณ" ฝ่ายหญิงกลับเรียกตัวเองว่า "กู" "มึง" ... แล้วการเข้มงวดกับการเล่นระนาด ดูออกจะมากเกินความเป็นจริง เท่าที่ทราบการเเสดงของ ลิเก และ พวกลำตัด เท่านั้นที่ถูกควบคุมในเนื้อหา นี่แค่ได้ยินเสียงระนาด ทหารก็เดินตามหาเสียงระนาด พร้อมอาวุธครบมือ ยังกับจะหาพวกก่อการกบฎบ้านเมืองเลย โอเว่อเกินขนาด ...

โหมโรง ..... ทำให้เรามีความ ตื่นตา ตื่นใจ แล้วก็ตื่นเต้น ที่อยากจะดู จะฟังเสียงของระนาด ที่รุนแรง หนักแน่น ในฉากการดวลระนาด ซึ่งต้องนับได้ว่าผู้กำกับทำให้ดนตรีไทยที่น่าเบื่อในสายตาคนส่วนใหญ่ และ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าดนตรีไทยก็มันได้สะใจ ขนาดไหน ...!!!

แต่ขณะเดียวกัน ..... โหมโรง ก็ทำให้เราได้เห็นเสี้ยวหนึ่งของคนในอดีตสมัยนั้น ที่ต้องมีชีวิตอยู่อย่างผู้ไร้จิตวิญญาณ ภายใต้กฎข้อบังคับและกติกามารยาทของท่านผู้นำ ที่ท่านบังเอิญไปเห็นดีเห็นงามกับของฝรั่งมากๆ เกินไป จนเกือบทำให้ดนตรีไทยอันสูงค่าเกือบสูญหายไป ...!!!

            บทความโดยคุณ น้ำตาล  3 มิ.ย. 2547

<<<ติดต่อโฆษณา คลิกที่นี่>>>

 khun1.jpg (11866 bytes)

 
FastCounter by bCentral

 

Link : ไทยทัวร์ | ทัวร์ดอย | อนุรักษ์ไทย | วนกรอีโคทัวร์ | Trekkingthai | SiamFishing | Vanthai | Ta-lon | ThaiTrip4u | เวบไทยไทย | นาฏศิลป์ไทย | เที่ยวรอบโลก | WeekendHobby | DiamondCliff | Thai Sea Canoe | ThaiWebHunter | 9krating | SamuiInfo | ภูเก็ตทัวร์สุดประหยัด

  | หน้าแรก | ข่าว | เวบบอร์ด | ดาวน์โหลดเพลง | อัลบัมภาพ | สมุดเยี่ยม | ติดต่อเรา |

Last update: 9 ส.ค. 2549 21:12:16 GMT+07:00
info@khun-in.com
2003-2006 Kalaikot Co.,Ltd. All Right Reserved.